สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน หยุดทำการวันจันทร์ที่ 14 ถึงวันอังคารที่ 15 เมษายน 2557 และวันศุกร์ที่ 18 เมษายน 2557

1.  คุณสมบัติของแรงงานไทยที่สามารถเข้ามาทำงานในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

2.  สาขาอาชีพเฉพาะที่คนไทยสามารถเดินทางเข้ามาทำงานในสหพันธ์ฯ  ได้โดยตรง

3.  ขั้นตอนต่าง ๆ สำหรับนายจ้างในการนำแรงงานไทยเข้ามาทำงานในสหพันธ์ฯ

- กรณีที่นายจ้างต้องการให้กรมการจัดหางานจัดหาแรงงานไทยให้ 

- กรณีที่นายจ้างได้คัดเลือกแรงงานไทยแล้วเรียบร้อย

 

1.  คุณสมบัติของแรงงานไทยที่สามารถเข้ามาทำงานในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี 

สำหรับคนต่างชาติที่จะเข้ามาทำงานในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี  สหพันธ์ฯ  จะให้สิทธิพิเศษกับบุคคลสัญชาติในสหภาพยุโรปเป็นอันดับแรก  ได้แก่  เบลเยี่ยม  เดนมาร์ก  ฟินแลนด์  ฝรั่งเศส  กรีซ  ไอร์แลนด์  อิตาลี  ลักเซมเบอร์ก  มอลต้า  เนเธอร์แลนด์  ออสเตรีย  โปรตุเกส  สวีเดน  สเปน  สหรัฐราชอาณาจักร  และไซปรัส  บุคคลสัญชาติดังกล่าวไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาตในการทำงานในสหพันธ์ฯ  และสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานเยอรมนีได้โดยไม่มีข้อจำกัดใด  ๆ

แต่อย่างไรก็ตาม  สิทธิพิเศษดังกล่าวยังสงวนไว้ให้กับประเทศในสหภาพยุโรปรุ่นก่อนเท่านั้น  ประเทศสมาชิกใหม่ในสหภาพยุโรป  ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเชื่อมต่อและปรับเปลี่ยนระบบต่าง ๆ  ในประเทศให้เข้ากับสภาพยุโรป  ยังต้องเผชิญกับข้อจำกัดบางประการในการเข้ามาทำงานในสหพันธ์ฯ  ประเทศสหภาพยุโรปในกลุ่มนี้  ได้แก่   บัลแกเรีย  เอสโตเนีย  ลัตเวีย  ลิธัวเนีย โปแลนด์  โรมาเนีย  สโลวาเกีย  สโลวาเนีย  เช็ค  และฮังการี  บุคคลสัญชาติดังกล่าวจะสามารถทำงานในสหพันธ์ฯ ได้ในกรณีที่ดำเนินเรื่องขอใบอนุญาตจากสำนักงาน    จัดหางานในส่วนที่ดูแลกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป

เป็นที่คาดการณ์ว่าเมื่อไรก็ตามที่พ้นช่วงการปรับเปลี่ยนเข้าสู่ระบบสหภาพยุโรปแล้ว  ประเทศที่เคยมีข้อจำกัดในการเข้าสู่ตลาดแรงงานเยอรมันก็จะได้รับสิทธิพิเศษเหมือนประเทศสหภาพยุโรปรุ่นเก่าและเข้าสู่ตลาดแรงงานเยอรมนีได้โดยเสรี

สำหรับบุคคลที่มาจากประเทศไทยหรือประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป  ( European Union)  หรือกลุ่มเศรษฐกิจยุโรป  (European  Economic Area-EEA)  หรือบุคคลสัญชาติสวิสเซอร์แลนด์จะต้องเผชิญกับข้อจำกัดต่าง ๆ คือ  บุคคลดังกล่าวจะต้องได้รับการอนุญาตให้พำนักอยู่ในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีเสียก่อน  และการพำนักอยู่ในสหพันธ์ฯ นั้นจะต้องเป็นลักษณะที่อนุญาตให้ทำงานเลี้ยงชีพในสหพันธ์ฯ  ได้ด้วย  

บุคคลสัญชาติออสเตรีย  อิสราเอล  ญี่ปุ่น  แคนาดา  เกาหลีใต้  นิวซีแลนด์และสหรัฐอเมริกาสามารถยื่นขอสิทธิการพำนักในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีเพื่อทำงานได้ภายหลังจากที่เดินทางเข้ามาในสหพันธ์ฯ แล้ว โดยการยื่นเรื่องกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของเยอรมัน  ส่วนบุคคลที่มีสัญชาติอื่นจะต้องยื่นเรื่องขอวีซ่าที่เหมาะสมก่อนที่จะเดินทางเข้ามาในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

สรุป  แรงงานไทยที่สามารถจะทำงานในสหพันธ์ฯ  จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

1.  มีถิ่นพำนักอยู่ในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี 

2.  การพำนักอยู่ในสหพันธ์ฯ  จะต้องเป็นลักษณะที่อนุญาตให้ทำงานเลี้ยงชีพในสหพันธ์ฯ ได้ด้วย 

3.  นักศึกษาที่จบการศึกษาจากสถาบันการศึกษาในสหพันธ์ฯ  จะได้รับวีซ่าให้หางานทำในสหพันธ์ฯ 

1-2  ปี  หลังจากจบการศึกษา

 

2. สาขาอาชีพเฉพาะที่คนไทยสามารถเดินทางเข้ามาทำงานในสหพันธ์ฯ  ได้โดยตรง 

2.1.  พ่อครัว แม่ครัว 

หลักเกณฑ์ในการนำพ่อครัว แม่ครัวเข้ามาทำงานในร้านอาหารไทยในสหพันธ์ฯ ตามระเบียบ   พ่อครัว  แม่ครัว  ต้องมีหลักฐานแสดงการสำเร็จการเรียนหรืออบรมการเป็นพ่อครัว  แม่ครัว  โดยเฉพาะในร้านอาหารที่ได้รับการรับรองอย่างน้อย 2 ปี สำหรับในบางประเทศที่มีระบบการเรียนหรืออบรมด้านอาชีพแตกต่างออกไป  สามารถใช้หลักฐานที่แสดงการทำงานในฐานะพ่อครัว  แม่ครัวในร้านอาหารต่างชาติ  โดยเฉพาะในประเทศนั้น ๆ เป็นเวลาอย่างน้อย 6 ปีได้

-          ในประเทศไทย  พ่อครัว แม่ครัวจะต้องผ่านการสอบคุณสมบัติจากสถาบันใดสถาบันหนึ่งดังต่อไปนี้

1.  สถาบันการศึกษาครัวไทย – สวิส  (Thai – Swiss Culinary     Education Center)

ที่อยู่     21/848  หมู่ 2 ซอย 4  บางนา-ตราด  บางนา  กรุงเทพฯ  10260

2.  วิทยาลัยดุสิตธานี  (Dusit Thani College)

ที่อยู่    902 หมู่ 6 ต. ศรีนครินทร์  อ. ประเวศ  กรุงเทพฯ  10260

3.  มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต  (Rajabhat Institute Suan Dusit)

ที่อยู่  295  ถ. ราชสีมา  เขตดุสิต  กรุงเทพฯ 10300

 

2.2.  พนักงานนวด 

- พนักงานนวดจะต้องสำเร็จการศึกษาด้านการนวดแผนไทย ตามกำหนดที่นายจ้างต้องการหรือกำหนดไว้  ซึ่งรวมถึงประสบการณ์  และความสามารถในการใช้ภาษาเยอรมัน หรืออังกฤษด้วย

- นายจ้างจะต้องยื่นเรื่องในการขอพนักงานนวดจากประเทศไทยให้เข้ามาทำงานในสหพันธ์ฯ ที่สำนักงานจัดหางานสหพันธ์ฯ ในเขตพื้นที่ที่ร้านตั้งอยู่เสียก่อน  ขั้นตอนและรายละเอียดต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับสำนักงานจัดหางานในแต่ละเขตต่าง ๆ ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่

 

3.  ขั้นตอนต่าง ๆ สำหรับนายจ้างในการนำแรงงานไทยเข้ามาทำงานในสหพันธ์ฯ 

(พ่อครัว แม่ครัว หรือพนักงานนวด)

3.1. กรณีนายจ้างต้องการให้กรมการจัดหางานในประเทศไทยจัดหาคนงานไทยให้  

มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. นายจ้างต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้ 

1).  หนังสือมอบอำนาจ   (Power of Atteorney)   ให้กรมการจัดหางานหาคนงานและยื่นเรื่องขอวีซ่าให้คนงานดังกล่าว

2).  หนังสือแจ้งความต้องการที่จะจ้างแรงงานไทย  (Demand Letter) โดยระบุสาขาอาชีพที่ต้องการ  ลักษณะงาน  จำนวนลูกจ้าง  คุณสมบัติต่าง ๆ

3).  สำเนาใบทะเบียนการค้าหรือจัดตั้งบริษัท

4).  สัญญาการจ้างงานเป็นภาษาอังกฤษ

5).  หลักฐานต่าง ๆ เพื่อประกอบการยื่นขอวีซ่าให้แรงงานไทย  อาทิ No Objection Certificate

2. นายจ้างยื่นเอกสารตามข้อ 1 ให้สำนักงานแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต  หรือสถานกงสุลในต่างประเทศ  เพื่อส่งเรื่องต่อให้กับกรมการจัดหางานในประเทศไทย 

3.2.  กรณีนายจ้างได้คัดเลือกแรงงานไทยที่จะนำเข้ามาทำงานในสหพันธ์ฯ  แล้ว 

มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

1.  นายจ้างจะต้องแปลสัญญาจ้างภาษาเยอรมัน  หรืออังกฤษ  เป็นภาษาไทยโดยล่ามที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง 

2.  นายจ้างและลูกจ้างจะต้องลงนามในสัญญาจ้างทั้งฉบับภาษาเยอรมันหรืออังกฤษและภาษาไทยหลังจากแปลแล้ว 

3.  นายจ้างส่งใบสัญญาจ้างฉบับจริง  ทั้งภาษาเยอรมันหรืออังกฤษ  และภาษาไทย  พร้อมทั้งสำเนาการจัดตั้งร้านอาหารหรือการจดทะเบียนการค้ามาให้ฝ่ายแรงงาน  สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลินตรวจสอบ 

 

ที่อยู่ฝ่ายแรงงาน   ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน   ดังนี้

Office of Labour Affairs

Royal Thai Embassy

Lepsiusstr.  64-66

12163  Berlin

โทร.           + 49 30  79481231 – 2

โทรสาร.     + 49 30  79481518

 

4.  เมื่อฝ่ายแรงงานฯ ตรวจสอบเอกสารเรียบร้อยแล้ว  ฝ่ายแรงงานฯ จะประทับตรารับรองให้ในสัญญาจ้าง  และส่งต่อให้นายจ้าง เพื่อให้นายจ้างส่งกลับไปให้ลูกจ้างในประเทศไทย   เพื่อถือติดตัวในการเดินทางมายังสหพันธ์ฯ 

นอกจากนี้  เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน ณ ท่าอากาศยานในประเทศไทยจะตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ ในการทำงานของลูกจ้าง   หากไม่มีการรับรองจากฝ่ายแรงงานหรือสถานเอกอัครราชทูตหรือ  สถานกงสุลในต่างประเทศ  ลูกจ้างอาจไม่สามารถเดินทางออกจากประเทศไทยได้

การตรวจสอบและรับรองเอกสารของฝ่ายแรงงาน ฯ จะไม่เสียค่าธรรมเนียมในการประทับตราหนังสือรับรองใด ๆ ทั้งสิ้น

ทั้งนี้  นายจ้างและลูกจ้างจะต้องเป็นผู้ดำเนินการและจัดเตรียมเอกสารต่าง ๆ ในการยื่นขอวีซ่าเข้ามาทำงานในสหพันธ์ฯ เอง  ฝ่ายแรงงานฯ จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการยื่นเรื่องขอหรือการอนุญาตให้หรือไม่ให้วีซ่าของสถานเอกอัครราชทูตเยอรมันในประเทศไทยแต่อย่างใด

ทั้งนี้  เพื่อให้การตรวจสอบและรับรองสัญญาจ้างงานเป็นไปด้วยความรวดเร็ว  และเรียบร้อย  นายจ้างสามารถส่งตัวอย่างสัญญาจ้างที่เตรียมไว้และแปลเป็นภาษาไทยเรียบร้อยแล้วให้ฝ่ายแรงงานฯตรวจสอบในชั้นแรกก่อนได้ทางโทรสารที่หมายเลข   + 49 30 79481518  หรือติดต่อสอบถามทางโทรศัพท์ได้ก่อนที่หมายเลข    + 49 30 79481231-2